NaPat / SPORTS ← ALL ARTICLES

NaPat SPORTS

ออกกำลังกายทุกวัน…ดีจริงไหม?

ออกกำลังกายทุกวันอาจไม่ใช่คำตอบของสุขภาพที่ดีเสมอไป บางวันร่างกายต้องการการฝึก บางวันอาจต้องการแค่การขยับเบา ๆ และบางวันสิ่งที่ดีที่สุดอาจเป็นการพัก

ภาพการดูแลสุขภาพอย่างสมดุล ทั้งการวิ่ง ออกกำลังกาย โยคะเพื่อฟื้นฟู และการพักผ่อน

พอเราเริ่มออกกำลังกายได้สักพัก สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นง่ายมากคือเราเริ่มอยากทำให้ดีขึ้น จากตอนแรกแค่ขอให้ได้ขยับ ก็เริ่มมีตารางว่าวันจันทร์ทำอะไร วันอังคารทำอะไร วันพุธทำอะไร จนบางทีเปิดดูแล้วรู้สึกว่า…ตารางออกกำลังกายมีระเบียบกว่าชีวิตจริงอีกครับ ผมเองก็เคยจัดตารางออกกำลังกายไว้ค่อนข้างชัด ในหนึ่งสัปดาห์จะมีวันพักประมาณหนึ่งวัน ส่วนวันที่เหลือก็สลับการออกกำลังกายหลายรูปแบบ ซึ่งถ้าสัปดาห์นั้นไม่มีอะไรเข้ามาแทรก ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนได้ดี

แต่ปัญหาคือชีวิตจริงไม่ค่อยอ่านตารางที่เราวางไว้ครับ บางวันมีงานเข้ามา บางคืนทำงานจนดึก พอนอนไม่พอ เช้าวันรุ่งขึ้นตามตารางเขียนเอาไว้ว่าวันนี้ต้องออกกำลังกาย คำถามจึงกลายเป็นว่า เราควรทำตามตารางต่อไป หรือควรฟังร่างกายตัวเองก่อน? หลัง ๆ ผมเลือกอย่างหลังมากขึ้น ถ้าคืนก่อนหน้านอนไม่พอ หรือนอนดึก ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ผมจะไม่พยายามฝืนให้ตัวเองทำทุกอย่างตามแผนเหมือนเดิม

บางวันอาจแค่ลดความหนักลง จากที่ตั้งใจว่าจะฝึกเต็มโปรแกรมก็เปลี่ยนมาเป็นโยคะ ยืดเหยียดเบา ๆ หรือเดินบนลู่วิ่งแทน แต่ถ้าวันนั้นรู้สึกเหนื่อยมากจริง ๆ ก็ไม่ออกอะไรเลย ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับคนที่เริ่มจริงจังกับการออกกำลังกาย การยอมให้ตัวเองพักบางครั้งก็ยากเหมือนกัน เพราะเรามักเผลอคิดว่า “วันนี้ไม่ได้ออกกำลังกาย = วันนี้ไม่ได้ทำอะไร” ทั้งที่จริงแล้ว การพักก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลร่างกายเหมือนกัน

ผู้หญิงกำลังออกกำลังกายด้วยดัมเบล สื่อถึงวันที่ร่างกายพร้อมสำหรับการฝึก
วันที่ร่างกายพร้อม เราก็ออกกำลังกายได้เต็มที่ แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนให้ทุกวันเหมือนกัน

สิ่งที่ผมสังเกตจากตัวเองคือ หลังจากยอมพักอย่างเหมาะสม วันต่อมาร่างกายมักรู้สึกดีขึ้น สดชื่นขึ้น และพร้อมกลับไปออกกำลังกายตามปกติได้มากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นแทนที่จะถามตัวเองทุกวันว่า “วันนี้ต้องออกอะไร?” บางทีเราอาจเพิ่มอีกคำถามหนึ่งว่า “วันนี้ร่างกายเราเป็นยังไง?” ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์หรือข้อมูลอะไรซับซ้อน แค่ลองสังเกตตัวเองว่าเมื่อคืนพักผ่อนพอไหม วันนี้สดชื่นหรือเปล่า ร่างกายรู้สึกหนักผิดปกติไหม หรือพอเริ่มขยับแล้วเหนื่อยเร็วกว่าที่เคยหรือไม่ บางครั้งร่างกายก็บอกคำตอบกับเราค่อนข้างชัด เพียงแต่เราชอบทำเป็นไม่ได้ยินครับ 😅

สุขภาพดีไม่ได้มีแค่เรื่องออกกำลังกาย

ผมเลยเริ่มมองว่า สุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ต่อให้เรามีตารางฝึกที่สวยแค่ไหน ถ้าชีวิตจริงนอนไม่พอ เหนื่อยสะสม แล้วเรายังพยายามฝืนตัวเองทุกวัน มันก็คงไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า “ดูแลสุขภาพ” เท่าไรนัก สำหรับผม การพักผ่อนให้เพียงพอจึงสำคัญไม่แพ้การออกกำลังกาย และบางช่วงอาจสำคัญกว่าการพยายามทำให้ครบตามตารางเสียอีก

ยิ่งอายุมากขึ้น เป้าหมายของการออกกำลังกายสำหรับผมก็ยิ่งไม่ใช่เรื่องของการทำสถิติว่าเดือนนี้ออกครบกี่วัน แต่เป็นเรื่องที่ว่า ในอนาคตไม่ว่าเราจะอายุมากขึ้นแค่ไหน เรายังอยากมีสุขภาพที่ดี ช่วยเหลือตัวเองได้ และยังมี Movement ที่ดี ไม่ได้ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแรงไปตามวัยโดยที่เราไม่ทำอะไรเลย ถ้าเป้าหมายของเราคือสุขภาพในระยะยาว การฝืนร่างกายเพียงเพื่อให้ตารางมีเครื่องหมายถูกครบทุกช่องก็คงไม่ใช่คำตอบเหมือนกัน

ผู้หญิงกำลังฝึกโยคะและยืดเหยียดเพื่อฟื้นฟูร่างกายในวันพัก
วันพักไม่จำเป็นต้องหยุดนิ่งเสมอไป โยคะ ยืดเหยียด หรือการเคลื่อนไหวเบา ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Recovery ได้

ไม่ต้องหักโหม เอา Balance ไว้ก่อน

สุดท้ายผมเลยไม่ได้คิดว่าเราต้องเลือกระหว่าง “ออกกำลังกายจริงจัง” กับ “พักผ่อนให้เพียงพอ” เพราะสองอย่างนี้ควรอยู่ด้วยกัน วันที่ร่างกายพร้อม เราก็ออกกำลังกาย วันที่รู้สึกเหนื่อยก็ลดลงหน่อย ถ้ายังพอขยับได้ก็เดิน ยืดเหยียด หรือทำอะไรเบา ๆ และถ้าวันไหนร่างกายบอกว่าพอแล้วจริง ๆ ก็พัก การพักหนึ่งวันไม่ได้ทำให้สิ่งที่เราทำมาตลอดหายไป และการพลาดตารางหนึ่งครั้งก็ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลว

ถ้าเราตั้งใจออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายอยู่กับเราไปได้ดีอีกนาน ๆ เราก็คงต้องเรียนรู้ที่จะดูแลมันทั้งตอนที่ขยับและตอนที่พัก เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการออกกำลังกายไม่ใช่ว่าต้องทำให้ได้มากที่สุด แต่คือ ไม่ต้องหักโหม เน้น Balance ให้ดีที่สุด ขยับให้พอดี พักให้เพียงพอ แล้วค่อยกลับมาใหม่ในวันที่ร่างกายพร้อมครับ

Move with purpose.